รายละเอียด :
ผมเชื่อว่าเจ้าของกิจการจำนวนมากเคยมีโมเมนต์แบบนี้ครับ
ยอดขายพอมี ลูกค้าก็ยังเข้า แต่เงินในมือกลับตึงกว่าที่คิด
พอถึงจุดนั้น มือเรามักไปที่โทรศัพท์ก่อนเลย แล้วเริ่มพิมพ์คำง่าย ๆ อย่าง วงเงินสำหรับสินเชื่อsme หรือ กู้sme ลงไป
ปัญหาคือ เวลาคนทำธุรกิจรีบ เรามักไม่ได้หาคำตอบว่า “แบบไหนเหมาะกับร้านเรา” แต่กลับเริ่มจากคำถามว่า “ที่ไหนอนุมัติไว” มากกว่า
ซึ่งฟังดูเข้าใจได้ แต่ก็อันตรายเหมือนกัน เพราะเงินที่ได้ไว ไม่ได้แปลว่าเงินก้อนนั้นเหมาะกับธุรกิจเสมอไป
พอผมไปอ่านบทความหลักเรื่อง 3 สินเชื่อ SME ที่เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก สิ่งที่น่าสนใจมากคือ เขาไม่ได้ชวนให้วิ่งหาเงินแบบสะเปะสะปะ แต่ชวนให้กลับมาดูว่า ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่เงินหมุนเร็ว กำไรต่อหน่วยต่ำ และถ้าขาดสภาพคล่องแม้ช่วงสั้น ๆ ก็สะเทือนได้ทันที เพราะฉะนั้น การเลือกสินเชื่อจึงไม่ใช่เรื่องของ “มีเงินเพิ่ม” อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “เลือกเงินให้ตรงจังหวะ” มากกว่า
และผมว่ามุมนี้แหละที่ควรเอามาเล่าต่อในภาษาง่าย ๆ เพราะหลายครั้งคำที่เราใช้ค้นหา เช่น สินเชื่อเงินกู้ หรือ สินเชื่อเงินด่วน มันดูเหมือนใกล้กันมาก แต่ในโลกธุรกิจจริง ผลลัพธ์ต่างกันพอสมควร
1) สินเชื่อsme ไม่ได้แปลว่าเอาเงินก้อนมาโปะทุกปัญหา
คำว่า สินเชื่อsme เป็นคำที่กว้างมาก
มันไม่ได้หมายถึงสินเชื่อแบบเดียว แต่เป็นชื่อรวมของเครื่องมือทางการเงินหลายแบบที่ออกแบบมาให้ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางใช้ตามวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น เสริมสภาพคล่อง ลงทุนในทรัพย์สิน ขยายกิจการ หรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนระยะสั้น
บทความหลักเองก็สะท้อนเรื่องนี้ชัด ว่าสำหรับธุรกิจค้าปลีก ไม่มีสินเชื่อแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีแบบที่เหมาะกับ “สถานการณ์ของคุณ” มากกว่า เช่น ถ้าต้องการวงเงินสูงและมีทรัพย์สิน อาจเหมาะกับแบบมีหลักประกัน แต่ถ้าต้องการเงินหมุนเร็วและมีรายได้ร้านสม่ำเสมอ ก็อาจเริ่มจากแบบใช้รายได้ร้านพิจารณาได้มากกว่า
ผมว่าจุดพลาดของหลายร้านคือพอเห็นคำว่า กู้sme ก็คิดว่าเป็นเรื่องของ “กู้ให้ผ่านก่อน” แต่จริง ๆ คำถามแรกควรเป็น “กู้ไปทำอะไร”
เพราะเงินทุนที่เอาไปซื้อสต๊อกสินค้า กับเงินทุนที่เอาไปรีโนเวตร้าน มันไม่ควรใช้สินเชื่อแบบเดียวกันเลย
2) กู้sme ให้คุ้ม ต้องเข้าใจก่อนว่าเงินก้อนนี้จะคืนจากอะไร
เวลาจะ กู้sme คนส่วนใหญ่มักดูวงเงินก่อน
แต่มุมที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “แหล่งเงินคืน” ของธุรกิจชัดไหม
ธุรกิจค้าปลีกมีข้อดีคือรายรับเข้าแทบทุกวัน แต่ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายก็ไหลออกตลอดเหมือนกัน ทั้งค่าสินค้า ค่าเช่า ค่าแรง ค่าโปรโมชัน และค่าใช้จ่ายออนไลน์
ดังนั้นต่อให้คุณขอ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ได้ไม่ยาก ถ้าเงินก้อนนั้นไม่ได้ถูกจับคู่กับกระแสเงินสดที่เหมาะสม มันก็มีสิทธิ์กลายเป็นภาระได้เร็วมาก
ยิ่งตอนนี้ ภาพรวมการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ยังไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า SMEs จำนวนหนึ่งยังติดข้อจำกัดเรื่องข้อมูลทางการเงินไม่เพียงพอ ความเสี่ยงเครดิตสูง หรือไม่มีหลักประกันที่พอ ทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน หรือได้ต้นทุนทางการเงินสูงกว่าที่ควรจะเป็น
เพราะฉะนั้น ถ้าจะกู้จริง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่เตรียมเอกสารให้ครบ แต่ต้องทำให้ผู้ให้กู้เห็นด้วยว่า ธุรกิจนี้มีรายได้จริง มีวินัยทางการเงินจริง และมีเหตุผลว่าทำไมเงินก้อนนี้จะคืนได้
3) สินเชื่อเงินกู้ ไม่ได้น่ากลัว แต่ต้องรู้ว่าเราเอาไปใช้แบบไหน
หลายคนพอได้ยินคำว่า สินเชื่อเงินกู้ จะรู้สึกเหมือนเป็นภาระก้อนใหญ่
แต่ความจริงมันเป็นแค่เครื่องมือ ถ้าใช้ถูกก็ช่วยขยับธุรกิจได้มาก
บทความหลักวางกรอบไว้ค่อนข้างตรงไปตรงมา คือ ถ้าธุรกิจต้องการเงินก้อนใหญ่ เช่น ซื้อของเข้าสต๊อกจำนวนมาก ขยายหน้าร้าน หรือเพิ่มทรัพย์สินเพื่อรองรับการเติบโต การใช้สินเชื่อที่มีโครงสร้างเหมาะกับการใช้เงินลักษณะนั้นก็สมเหตุสมผลกว่า แต่ถ้าต้องการเพียงเติมเงินหมุนระยะสั้น ก็ไม่จำเป็นต้องแบกภาระยาวเกินไป
ผมชอบมุมนี้มาก เพราะมันเตือนว่า “เงินกู้” ไม่ได้ผิด แต่การใช้เงินผิดงานต่างหากที่ทำให้พัง
ร้านค้าหลายร้านไม่ได้เจ็บเพราะไม่มีลูกค้า แต่เจ็บเพราะเอาหนี้ระยะสั้นไปแบกภาระที่ควรใช้เงินระยะยาว หรือเอาเงินก้อนระยะยาวไปแก้ปัญหาหมุนเงินรายวันแบบไม่วางแผน
4) สินเชื่อเงินด่วน ช่วยได้บางจังหวะ แต่ไม่ควรเป็นแผนหลักของธุรกิจ
ตรงนี้เป็นเรื่องที่อยากพูดแบบตรง ๆ เลยครับ
คำว่า สินเชื่อเงินด่วน มันดึงดูดมากในวันที่ธุรกิจเงินขาด เพราะมันตอบอารมณ์ “เอาเงินก่อน” ได้ดีมาก
แต่ในมุมของคนทำธุรกิจ ถ้าคุณต้องใช้เงินด่วนบ่อยจนกลายเป็นนิสัย นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาเรื่องแหล่งทุนแล้ว แต่อาจเป็นสัญญาณว่ากระแสเงินสดของธุรกิจกำลังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง
เงินด่วนจึงอาจเหมาะกับการแก้สะดุดเฉพาะหน้า แต่ไม่ควรเป็นแผนหลักระยะยาวของร้าน
ยิ่งมองภาพระบบตอนนี้ กระทรวงการคลัง ธปท. และธนาคารพาณิชย์ยังต้องผลักดันโครงการ SMEs Credit Boost เพื่อช่วยแชร์ความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อใหม่ เพราะสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่องถึง 13 ไตรมาส และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตยังอยู่ในระดับสูง
แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ในวันที่ระบบการเงินยังระวังความเสี่ยงมากขึ้น เราควรยิ่งเลือกเงินให้ถูก ไม่ใช่เลือกเพราะมันเร็วที่สุด
5) สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ที่ดี ไม่ใช่แค่อนุมัติง่าย แต่ต้องเทียบได้
ผมว่าจุดที่เจ้าของกิจการจำนวนมากยังใช้ไม่เต็มที่ คือการ “เปรียบเทียบ”
บางครั้งเรารีบจนลืมไปว่า สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ควรเทียบได้ทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขจริงของแต่ละเจ้า
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีพื้นที่กลางสำหรับเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ SME และให้ผู้ประกอบการเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ รวมถึงเข้าใจมุมมองของสถาบันการเงินในการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้นด้วย
ในความเห็นผม แค่นี้ก็เปลี่ยนเกมได้เยอะแล้ว
เพราะหลายครั้งเจ้าของร้านไม่ได้แพ้ที่ขายไม่ดี แต่แพ้ตั้งแต่ตอนเลือกเงินผิดเจ้า ผ่อนผิดจังหวะ หรือรับเงื่อนไขที่ตัวเองยังไม่เข้าใจทั้งหมด
6) สินเชื่อถูกกฎหมาย สำคัญกว่าสินเชื่อที่บอกว่า “อนุมัติไว”
คำสุดท้ายที่อยากย้ำมากที่สุดคือ สินเชื่อถูกกฎหมาย
เพราะเวลาธุรกิจเริ่มตึง คนมักไม่ค่อยมีเวลาตรวจละเอียด และนี่แหละคือจังหวะที่มิจฉาชีพชอบเข้ามา
ธปท. มีทั้งหน้า “เช็กแอปเงินกู้” และระบบ BOT License Check สำหรับตรวจสอบว่าผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจริงหรือไม่ โดยย้ำชัดว่าเราควรตรวจสอบแอปและเว็บไซต์เงินกู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับอย่างถูกต้อง
ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่อง “ต้นทุนของความผิดพลาด” ด้วย
เพราะถ้าพลาดกับแหล่งเงินกู้นอกระบบหรือผู้ให้กู้ปลอม สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย แต่รวมถึงเวลา ความน่าเชื่อถือ และโอกาสของธุรกิจในระยะยาว
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะค้นหาคำว่า สินเชื่อsme, กู้sme, สินเชื่อเงินกู้, สินเชื่อเงินด่วน, สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือ สินเชื่อถูกกฎหมาย สิ่งที่ควรจำไว้คือ ทุกคำนี้ไม่ได้จบที่ “กู้ได้ไหม” แต่ควรจบที่ “กู้แล้วธุรกิจไปต่อได้จริงหรือเปล่า”
ถ้าคุณกำลังมองหาแหล่งทุนสำหรับร้านค้าหรือธุรกิจค้าปลีก และอยากเห็นภาพต้นทางแบบกระชับว่าเงินแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ไหน ผมแนะนำให้ตามไปอ่านบทความหลักต่อ เพราะบทความนั้นอธิบายกรอบคิดเรื่องการเลือกสินเชื่อสำหรับธุรกิจค้าปลีกไว้ชัด และช่วยให้เราไม่เผลอเลือกเงินด้วยความรีบ จนต้องมานั่งแก้เกมทีหลัง
|